ซิสซี สุนัขในรัฐไอโอวาของสหรัฐ ทนความคิดถึงไม่ไหว แอบหนีออกจากบ้าน เดินทางตามลำพังราว 4 ชั่วโมง เพื่อไปเยี่ยมเจ้าของที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ซึ่งห่างออกไปราว 20 ช่วงตึก



สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเซดาแรพิดส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 14 ก.พ. ว่า มีการเผยแพร่เรื่องราวสุดประทับใจในเว็บไซต์ยูทูบ เมื่อวันที่ 12 ก.พ. ที่ผ่านมา เป็นเรื่องของ "ซิสซี" สุนัขพันธุ์มิเนเจอร์ ชเนาเซอร์ ตัวหนึ่ง ในเมืองเซดา แรพิดส์ ในรัฐไอโอวา ทางตอนกลางของสหรัฐ ที่แอบหนีออกจากบ้าน แล้วใช้เวลา 4 ชั่วโมง เดินทางไปยังโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์เมอร์ซี ซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 15 - 20 ช่วงตึก เพื่อไปเยี่ยมแนนซี แฟรงก์ เจ้านายของมันที่เข้ารับการรักษาโรคมะเร็งมาเป็นเวลาราว 2 สัปดาห์

ซาแมนธา คอนราด เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาล เผยว่า มันเป็นเรื่องเกินคาด เมื่อเห็นสุนัขตัวหนึ่งวิ่งเข้ามาในโรงพยาบาล ภาพจากกล้องวงจรปิดแสดงให้เห็นว่า ซิสซี เดินผ่านประตูอัตโนมัติเข้ามาตามปกติ จากนั้นจึงมุ่งหน้าไปยังอาคารศูนย์การแพทย์เมอร์ซี และเมื่อตรวจสอบดูจากป้ายที่แขวนคอ ก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่ามันเดินทางมาไกลแค่ไหนเพียงลำพัง จากนั้นเธอจึงติดต่อไปยัง เดล แฟรงก์ สามีของแนนซี ตามที่อยู่ที่ระบุไว้ในแผ่นป้าย และในตอนนั้นเองที่เธอนึกได้ว่า ภรรยาของเดลเป็นหนึ่งในคนไข้ที่พักรักษาตัวที่นี่

เดล เผยว่า ทันทีที่พบว่าซิสซีหายไปจากบ้าน เขาตกใจมาก เพราะมันไม่เคยหนีออกจากบ้านมาก่อน เขาคิดว่ามันคงจะไปที่ไหนสักแห่ง แต่นึกไม่ถึงว่ามันจะมุ่งตรงไปที่โรงพยาบาล "มันคงต้องการมาพบแนนซี แม่ของมัน มันกำลังปฏิบัติภารกิจอันยิ่งใหญ่ แต่มันแค่ไม่รู้ว่าจะต้องขึ้นลิฟต์ตัวไหนเท่านั้นเอง" เดล กล่าว ขณะที่ ซาราห์ วูด ลูกสาว กล่าวว่า "มันคงคิดถึงแม่ เท่านั้นเองที่ฉันพอจะอธิบายได้ มันคิดถึงเธอ และก็รู้ว่าจะต้องออกมาตามหาเธอ" ครอบครัวแฟรงก์ยังคงไม่มีคำตอบว่า ซิสซีรู้ได้อย่างไรว่าจะหาแนนซีเจอได้ที่ไหน พวกเขายืนยันว่าไม่เคยพามันมาที่โรงพยาบาล แต่ความน่าจะเป็นอย่างเดียวก็คือ ก่อนหน้านี้ แนนซีเคยทำงานที่ศูนย์มะเร็งฮอลล์เพอรีน ที่อยู่ติดกัน ซึ่งพวกเขาเคยพาซิสซีมาด้วยตอนที่มาส่งแนนซีที่ทำงาน

แนนซี กล่าวว่า เธอนึกไม่ออกจริงๆ ว่า ซิสซี รู้ได้อย่างไรว่าจะต้องเดินเข้าประตูบานไหน แต่ถึงอย่างนั้น การได้พบกับซิสซีก็เป็นเรื่องที่ดีมาก เธอรู้สึกดีใจมากจริงๆ ที่รู้ว่าซิสซีคิดถึงเธอมากแค่ไหน มันเป็นเรื่องที่ทำให้เธอยิ้มได้ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา


ที่มาข่าวโดย  :  dailynews.co.th

0 comments:

แสดงความคิดเห็น