สมบัติ หนุนตั้งกก.ปรองดอง ปลดล็อกความขัดแย้งประเทศ



“สมบัติ” ชูธงหนุน ตั้งกก.ปรองดอง ปลดล็อกความขัดแย้งประเทศ ห่วง ออก ก.ม.อภัยโทษ เป็นเรื่องอ่อนไหว ต้องรอบคอบ “ดิเรก” ล็อกเป้าออก ก.ม.อภัยโทษให้ประชาชนที่มาร่วมชุมนุมทางการเมืองเป็นกลุ่มแรก

วันที่ 16 ก.พ. นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง สปช. กล่าวถึงการตั้งคณะกรรมการปรองดองแห่งชาติ บรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญ ตามข้อเสนอของนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญว่า เห็นด้วยกับแนวทางการตั้งคณะกรรมการปรองดองแห่งชาติ เพราะในภาค 4 ของรัฐธรรมนูญ ระบุชัดเจน ถึงหลักการสร้างความปรองดอง จึงควรมีคณะกรรมการชุดหนึ่ง ขึ้นมาดูแลเรื่องนี้ เพราะขณะนี้ปัญหาเรื่องความขัดแย้งยังคงมีอยู่ แม้จะมีรัฐธรรมนูญแล้ว ปัญหาความขัดแย้งก็น่าจะยังอยู่ต่อเนื่อง

ดังนั้น คณะกรรมการปรองดองแห่งชาติ จะเป็นกลไกที่จะมาช่วยลดความขัดแย้งลงได้ ถือเป็นเรื่องจำเป็นต่อประเทศ เพราะถ้ายังสร้างเอกภาพไม่ได้ หรือ แกนนำฝ่ายต่างๆยังขัดแย้งกันอยู่ ก็จะเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ

นายสมบัติ กล่าวว่า ส่วนการจะเชิญคู่ขัดแย้ง อาทิ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แกนนำนปช. และแกนนำกปปส. มาหารือกันนั้น เป็นเรื่องในทางปฏิบัติที่ต้องมาคุยรายละเอียดกัน ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่า จะต้องเชิญใครมาบ้าง แต่เรื่องการสร้างความปรองดองจำเป็นต้องทำ จะปล่อยให้ประเทศอยู่กับความขัดแย้งไม่ได้ ส่วนกรณีการให้คณะกรรมการปรองดองแห่งชาติ สามารถเสนอให้มีการยกร่างกฎหมายอภัยโทษได้นั้น การอภัยโทษเป็นเรื่องของพระมหากษัตริย์ หากจะมีการเสนอออกกฎหมายก็ต้องเป็น พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ไม่ใช่การอภัยโทษ ซึ่งการออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เป็นเรื่องอ่อนไหว ต้องพิจารณาด้วยความรอบคอบ

นายดิเรก ถึงฝั่ง รองประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวว่า เห็นด้วยหลักการตั้งคณะกรรมการชุดดังกล่าว เพื่อมาสร้างความปรองดองถือเป็นแนวทางที่ถูกต้อง เพราะในรัฐธรรมนูญก็มีการระบุชัดเจนว่า จะต้องมีการสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้น แต่ต้องขอดูรายละเอียดอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการชุดนี้ก่อน แต่เบื้องต้นควรมีหน้าที่ในการนำคู่ขัดแย้งทุกฝ่ายมาพูดคุยหาทางออกกัน ส่วนการออกกฎหมายอภัยโทษนั้น เห็นว่า กลุ่มเป้าหมายหลักที่ควรได้รับการอภัยโทษ คือ ประชาชนทั่วไปที่มาร่วมการชุมนุม และยังถูกคุมทีอยู่ มีความจำเป็นต้องให้พ้นโทษก่อน ส่วนระดับแกนนำคงต้องมีการหารือกันในรายละเอียดให้ตกผลึกก่อน ถ้ายังไม่มีการหารือให้ตกผลึกให้ชัดเจน แล้วรีบไปออกกฎหมายอภัยโทษ จะมีปัญหาตามมาอย่างแน่นอน




ที่มาโดย :   thairath.co.th




0 comments:

แสดงความคิดเห็น