ยุบิ๊กตู่ลุยปรองดอง เจรจา‘ทักษิณ’




สปช.หนุนนิรโทษเชียร์ออกหน้าคุยคู่ขัดแย้ง

พท.เด้งรับแนะใช้ม.44-ปชป.รีบโดดขวางลำ

กมธ.ยกร่าง รธน.รับลูกตั้ง กก.ปรองดองแห่งชาติ นำร่องออก ก.ม.อภัยโทษ “เอนก” ชงถกรายมาตรา 18 ก.พ. ชูโมเดล 14 อรหันต์ วางกรอบเยียวยา มีวาระ 5 ปี “เอกชัย” ยกเหตุ “รวันดา-องคุลีมาล” กลับใจยังยอมรับได้ สวน “บิ๊กตู่” คสช.ยึดอำนาจผิด ก.ม. ยังออก ก.ม.นิรโทษกรรมตัวเอง โฆษกวิป สปช.หนุนลุยเลย ไม่ต้องรอ รธน.ใหม่ให้เสียของ จี้ “บิ๊กตู่” รับหน้าเสื่อนัดคุย “ทักษิณ-แกนนำ” พท.ดี๊ด๊าเชียร์ “ประยุทธ์” งัด ม.44 ทุบโต๊ะ สกัด สนช.ขวางลำ “วรชัย” อัดปากว่าตาขยิบ ปากปรองดอง ลับหลังสั่งองค์กรอิสระเล่นงาน ปชป. ติง กมธ.อย่าหลงประเด็น เย้ยรัฐบาลหลงกลเติมคะแนนสงสาร “ปู” กปปส.บี้กำหนดนิยามอภัยโทษให้ชัด ด้าน “ยิ่งลักษณ์” พา “ไปก์” เที่ยวปิดทริปทัวร์เชียงใหม่ บินกลับ กทม.จ่อหารือทีมทนายสู้คดีจำนำข้าว รัฐฝ่อชะลอสำรวจสัมปทานน้ำมัน เปิดเวทีกลางถกเบรกม็อบต้าน

หลังจากนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญระบุว่า กำลังมีการผลักดันให้มีการตั้งคณะกรรมการปรองดองแห่งชาติ เพื่อนำไปสู่การยกร่างกฎหมายอภัยโทษ ล่าสุดมีทั้งเสียงขานรับและคัดค้านจากฝ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้อง

“เอนก” ชงถกตั้ง กก.ปรองดอง 18 ก.พ.

เมื่อวันที่ 15 ก.พ. นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ในฐานะประธานคณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง (คศป.) สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวถึงกรณีที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างฯจะตั้งคณะกรรมการปรองดองแห่งชาติบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่า จะมีการลงรายมาตราในหมวดปรองดอง เนื้อหาสำคัญคือ การเสนอตั้งคณะกรรมการปรองดองแห่งชาติ ต่อ กมธ.ยกร่างฯในวันที่ 18 ก.พ. โดยให้มีกรรมการ 9 คน เป็นผู้ทรงคุณวุฒิได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย มาจากการแต่งตั้งจากพระมหากษัตริย์ และให้ทั้ง 9 คนนี้แต่งตั้งกรรมการอีก 5 คน จากตัวแทนของฝ่ายที่ขัดแย้ง รวมทั้งหมด 14 คน มีวาระ 5 ปี มีหน้าที่เบื้องต้นคือ เสนอแนะเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับการปรองดองให้รัฐบาลต้องไปดำเนินการ รวมทั้งเยียวยาให้คำปรึกษากับผู้ได้รับผล แต่บทบัญญัติการทำงานจะออกเป็นกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ซึ่งการพิจารณาจะแล้วเสร็จไม่เกินวันที่ 20 ก.พ. ขอให้ทุกฝ่ายมั่นใจว่าการร่างรัฐธรรมนูญ พวกเราทำเพื่อประเทศชาติเกิดสันติสุขอย่างแน่นอน


อ่านรายละเอียดที่

ที่มาโดย  :  thairath.co.th

0 comments:

แสดงความคิดเห็น