นายกฯ ขอ กสม.ทำชาติสงบก่อน ถาม ปู เป็น รบ.แก้ค้ามนุษย์อะไรบ้าง



“บิ๊กตู่” ไล่ กสม.ไปทำชาติให้เรียบร้อยค่อยแนะเรื่อง ม.44 เมิน ต่างชาติมองเป็นอำนาจรัฏฐาธิปัตย์ บอก ทำเพื่อคนไทย ลั่น ทำโซนนิ่งยางฯ ดัน ปลูกปาล์มแทน หวังดันราคาสูง ย้อน “ยิ่งลักษณ์” สมัยเป็นรัฐบาลแก้ปัญหาเรื่องค้ามนุษย์อะไรบ้าง

วันที่ 29 มี.ค. เมื่อเวลา 20.45 น. ที่ท่าอากาศยานขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินทางกลับจากประเทศสิงคโปร์ ถึงการยกเลิกกฎอัยการศึก แล้วให้ใช้มาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวว่า ยกเลิกเมื่อไรก็เมื่อนั้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) แนะ รัฐบาลใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็ไปบอก กสม.ให้มาดูแลบ้านเมืองให้สงบเรียบร้อย แค่เรียบร้อยยังทำไม่ได้เลยที่ผ่านมา ใช้ทั้ง พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ และพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ แล้วทำได้ไหม มันถึงต้องมีวันนี้

เมื่อถามว่า ปัจจัยที่ตัดสินใจใช้มาตรา44 ทำอะไรบ้าง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อยู่ที่ทำอย่างไรให้สถานการณ์เรียบร้อยที่สุด เมื่อถามว่า คิดว่ามาตรา 44 ช่วยทำให้สถานการณ์เรียบร้อยได้มากกว่า ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่าทุกอย่างที่จะทำให้เรียบร้อย เมื่อถามว่า กฎอัยการศึกเป็นกฎหมายความมั่นคงปกติ แต่มาตรา44 ถูกมองว่าเป็นการใช้อำนาจรัฏฐาธิปัตย์ จะทำให้ถูกกดดันต่างชาติ หรือไม่ นายกฯ ตอบว่า ตนเอาคนในประเทศเป็นหลัก วันนี้คนในประเทศลำบากยากเข็ญพอสมควรแล้ว อย่าเอาใครมารบกับเราอีกเลย รับผิดชอบกันบ้าง เอาเรื่องนี้ที่มีสาระกว่านี้ เรื่องนี้เป็นเรื่องของตน

เมื่อถามว่า จะยกเลิกกฎอัยการศึกก่อนสงกรานต์หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่ตอบยังจะมาถามอีก พร้อมกับย้อนถามสื่อว่า “มีกฎอัยการศึกแล้วยังไง เดือดร้อนอะไร มีใครไปจับคุณติดคุก คุณก็ว่าผมโครมๆ แล้วมีใครทำอะไรคุณไหม” เมื่อถามว่า ไม่ใช่ประชาชนกดดัน แต่นานาชาติกดดัน พล.อ.ประยุทธ์ ย้อนถามกลับว่า “ถามว่า นานาชาติไหน วันนี้เจออดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ อดีตนายกฯ ญี่ปุ่น อดีตนายกฯ เกาหลีใต้ แสดงความยินดีประเทศไทยสงบสุข ไม่เห็นติสักคน แต่ก็มีบางคนของเราที่เอาอะไรไปให้เขาว่า ต้องทำอย่างโน้น อย่างนี้ ทำไมต้องให้เขาบังคับเราด้วยเหล่า และทำตามที่เขาบังคับ ท่านจะทำตามกติกาเขาได้หรือไม่

เมื่อถามว่า ถ้าไม่ถูกกดดัน ทำไมถึงเปลี่ยน นายกฯ กล่าวว่า ตนยังไม่ได้เปลี่ยน แต่มาถามทุกวันว่า จะเปลี่ยนไหม ตนก็จะเปลี่ยนให้ก็แค่นั้น ถามแล้วตนเปลี่ยนยัง มันก็ยังตนไม่กลัวใคร ทำไมต้องกลัว ตนทำเพื่อคนไทย ถ้าคุณไม่ใช่คนไทยไม่ต้องมายุ่งกับผม ใครเป็นคนไทยยกมือสิ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้น นายกฯ ได้เดินกลับ โดยก่อนก้าวขึ้นรถได้หันมาพูดว่า นักข่าวคนไหนที่ถามเรื่องกฎอัยการศึก ผู้หญิง 1 คน ผู้ชาย 1 คน เดี๋ยว คสช.ไปดูว่า เขาเดือดร้อนไหมจากกฎอัยการศึก

พล.อ.ประยุทธ์ ยังให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินทางกลับมาจากประเทศสิงคโปร์ว่า เมื่อวันที่ 28 มี.ค. ตนไปมาเลเซีย ก่อนเครื่องบินลง ตนก็มองสวนยาง สวนปาล์ม ก่อนจะให้ทูตไปถามรายละเอียดข้อมูลว่า เหตุใดมาเลเซียจึงไม่มีปัญหาในเรื่องนี้ ซึ่งได้รับคำตอบมาว่า มาเลเซียได้เปลี่ยนวิธีปลูกยางพารา มาเป็นปลูกปาล์มมาเป็น 20 ปีแล้ว เพื่อใช้ประโยชน์ได้มากกว่า และประเทศเรามีการลดได้บ้าง หรือไม่ รัฐบาลอะไรก็แล้วแต่ เคยทำได้หรือไม่ ก็ต้องอุดหนุนกันไปเรื่อยๆ จนถึงทุกวันนี้ และปล่อยให้มีการปลูกยางพาราในพื้นที่อุทยาน ฉะนั้น ราคายางฯ ก็ไม่มีทางดีขึ้นมาได้ เราจึงต้องโซนนิ่ง ตนบอกให้ทำให้ได้ในสมัยตน มีเวลาเท่าไหร่ก็เท่านั้น อยากให้คุณสมจิตร ฟังบ้าง ไม่ต้องมาเป็นตัวแทนอะไรกับเรา เราไม่โมโหคุณหรอกวันนี้ เพราะอยากทำใจให้สงบ หลังจากไปร่วมพิธีศพ นายลีกวนยู มา

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ตนได้ถามทางประเทศอินโดนีเซีย ว่า มีปัญหาเรื่องยางพาราและเศรษฐกิจ หรือไม่ ได้รับคำตอบมาว่า มีเหมือนกันแต่ไม่มาก เพราะการนำเข้าและส่งออกของเขาสมดุลกัน ส่วนเรื่องยางฯ ได้มีการผลิตเพื่อใช้ในประเทศ ก่อนส่งต่างประเทศ ตนอยากถามกลับว่าแล้วประเทศไทย ทำอะไร ก็ขายวัตถุดิบทั้งสิ้น ส่วนใหญ่ผลิตในประเทศไม่ถึง ร้อยละ 10 ซึ่งตนกำลังตั้งโรงงานผลิตอยู่ เพื่อลดพื้นที่การปลูกยาง ไปปลูกปาล์มน้ำมัน เพื่อเตรียมทำไบโอดีเซล เพื่อให้ราคายางฯ ดีขึ้น ซึ่งตั้งแต่สมัยเราเรียนหนังสือ การส่งออกของเรานั้น มีข้าว ยางพารา ไม้สัก สมัยนี้ก็ยังต้องเป็นอย่างนั้น เลยต้องปรับเปลี่ยนใหม่โดยเราดูตัวอย่างประเทศสิงคโปร์ ทำไมคนอย่างนายลีกวนยู ถึงเป็นวีรบุรุษ ซึ่งไม่ได้แปลว่าตนอยากจะเป็น แต่เอาข้อเรียนรู้ของเขามา ทำไมเขาถึงเป็นตำนาน สมัยที่เขาลำบากยากแค้นไม่มีความเจริญเท่านี้ ประชาชนเขาถูกห้ามนู่นห้ามนี่ จนถึงวันนี้ 30 ปี 50 ปี วันนี้เขามีอะไรไม่รู้เท่าไหร่ ซึ่งผ่านความลำบากยากเข็ญ แต่พวกเราสบาย ขณะนี้ยังสบายมากกว่านี้อีก ไม่ต้องมีกฎหมาย ไม่ต้องมีอะไรทั้งสิ้น เจ้าหน้าที่บังคับใช้ไม่ได้ วางแผนอะไรไม่ได้เลย เพราะมีคนมุ่งหวังทางการเมืองส่วนหนึ่ง อยากให้ไปคิดดู ถ้าจะมีลูกมีหลานในวันหน้า

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกรัฐมนตรีเปรียบว่า ระบบสิงคโปร์เหมาะสมกับสถานการณ์ในประเทศไทย ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนไม่ได้พูดอย่างนั้นว่า ต้องใช้ระบบสิงคโปร์ แต่เอาตัวอย่างที่ดีมา อย่ามาถามแบบนี้อีก ตนเคยพูดหลายครั้งแล้ว พอได้แล้ว

พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึง กรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจง รายงานการค้ามนุษย์สมัยเป็นรัฐบาลไม่ได้ทำให้ประเทศไทยถูกลดอันดับไปอยู่ในกลุ่มที่ 3 ว่า แก้ด้วยอะไรให้บอกมาสิ มีอะไรบ้าง ถามว่า กฎหมายค้ามนุษย์มีหรือไม่ เพราะขณะนี้เพิ่งจะออกมาโดยรัฐบาลนี้ที่ออก พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ฉบับที่ พ.ศ. … แก้ปัญหาโดยการจดทะเบียนเรือ 6 – 7 หมื่นลำ เพิ่มจากขึ้นจากเดิม 3 หมื่น มีการจดทะเบียนแรงงานทาส แรงงานเถื่อน ซึ่งทำก่อนหน้ารัฐบาลที่แล้ว รวมถึงการดูแลเหยื่อที่ติดคุกอยู่ในต่างประเทศ แล้วนำกลับมา ถามว่าใครเป็นคนทำ รัฐบาลนี้ทำทั้งนั้น เพียงแต่ไม่ได้โฆษณา ระมัดระวังไม่พูดอะไรที่เกินเลยไป เพื่อไม่ให้เสียชื่อเสียง เราเก็บทุกเม็ดมาทำอยู่ ไม่อยากโทษว่าใครทำ แต่เมื่อถามอย่างนี้ ต้องตอบแบบนี้ ยืนยันว่า แก้ทุกอัน แต่จะเสร็จหรือไม่เสร็จตนไม่ทราบ แต่มีความก้าวหน้าที่ดีขึ้น

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ที่ให้กลับไปอ่านรายงานของเขา ตนอ่านทุกอัน 2 – 3 แผ่น หรือ มีกี่แผ่นก็ไม่รู้ แต่ทางสหรัฐอเมริกาไม่ได้อ่าน หรืออ่านแล้วเห็นว่า ไม่ได้เป็นอย่างนั้น รัฐบาลนี้ทำไปเพิ่มอีกเป็นปึก สหรัฐฯ ยังตอบกลับมาว่า ไม่ทันการณ์ ไม่ทันเวลา ขณะนี้ต้องเตรียมการว่าจะร่วมมือกับใครบ้าง เพื่อจะได้ไม่ถูกจับกุม จึงต้องบังคับให้มีการจดทะเบียนเรืออย่างถูกต้อง ดูเรือไม่ให้ชื่อซ้ำกัน สิ่งเหล่านี้ถามว่า กฎหมายปกติทำได้หรือไม่ ที่ทำได้เพราะมีกฎหมายพิเศษ ถ้าทหารไม่มีกฎหมายก็ไปช่วยไม่ได้ ทหารก็กลับบ้านไป เขาก็เหนื่อยและตนก็เครียดพอสมควร แต่ไม่เป็นไร ทนได้ ไม่โกรธใคร

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีรัฐธรรมนูญใหม่ออก นายกฯ จะรับตำแหน่งอะไรในองค์ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวย้อนว่า ให้แก้ปัญหาเรื่องนี้ให้ได้ก่อน แล้วจึงจะคุยในสัปดาห์หน้า ไม่ต้องกังวลหรอก ไม่ต้องห่วง ถ้าอยากให้ประเทศชาติดีขึ้น อยากให้ประเทศชาติปลอดภัย ทัดเทียมกับประเทศอื่น ไม่ใช่อยู่อย่างนี้ อยู่ที่ประชาชนทั้งประเทศ จะเอาอย่างไร ถึงเวลาตนอาจจะถามก็ได้ว่า ประชาชนต้องการอะไร เมื่อถามว่า แสดงว่าต้องทำประชามติ ใช่หรือไม่ เรื่องทำรัฐธรรมนูญ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ประชามติมันก็มีประชามติเรื่องรัฐธรรมนูญแล้วไง.

ที่มา   http://www.thairath.co.th/pol

0 comments:

แสดงความคิดเห็น