ลุ้นญี่ปุ่นยกเลิก จํากัดไฟลต์บินไทย



ส่ง‘บิ๊กเจี๊ยบ’ไปเจรจา โดนอีก‘เกาหลี’ก็ห้าม

กระเทือนกันถ้วนหน้า หลังองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ ICAO พบข้อบกพร่องของกรมการบินพลเรือนไทย สั่งระงับ การเพิ่มเที่ยวบินจากประเทศไทย บิ๊กเจ้าจำปีรับญี่ปุ่นห้ามบินเพิ่ม กระทบชาร์เตอร์ไฟลต์ของการบินไทยที่เตรียมเพิ่มเที่ยวบินในช่วงไฮซีซั่น นายกฯ ส่ง “บิ๊กเจี๊ยบ” กล่อม “ยุ่น” หลังห้ามสายการบินสัญชาติไทยเพิ่มเที่ยวบินเข้าประเทศ ลั่นกรมการบินพลเรือนต้องยกเครื่องใหม่หมด ชี้ถ้าจำเป็นเร่งด่วน จะใช้อำนาจพิเศษดำเนินการ วอนประชาชนเข้าใจ การเมืองแต่ละประเทศแตกต่างกัน ขณะที่สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศไทย เผยช่วง มี.ค.-พ.ค. มีคนไทยจะไปเที่ยวชมดอกซากุระกว่า 2 แสนคน นักท่องเที่ยวลุ้นใจหายใจคว่ำจะได้ชมดอกซากุระหรือไม่

หลังจากที่องค์การการบินระหว่างประเทศ หรือ ICAO มีคำสั่งให้ทางการญี่ปุ่น ระงับการเพิ่มเที่ยวบินจากประเทศไทยไปยังญี่ปุ่น เนื่องจากพบข้อบกพร่องของกรมการบินพลเรือนไทย จนทำให้บริษัททัวร์และนักท่องเที่ยวไทยที่มีเป้าหมายจะเดินทางไปท่องเที่ยวชมดอกซากุระที่กำลังบานในช่วงนี้หรือสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในประเทศญี่ปุ่น ต่างพากันตื่นตระหนกและสับสน

เกี่ยวกับเรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.ให้สัมภาษณ์ที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 27 มี.ค. ภายหลังการประชุม ครม.ถึงกรณีที่องค์กรการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอซีเอโอ) เข้ามาตรวจมาตรฐานกรมการบินพลเรือนของไทย พบว่าต่ำกว่าเกณฑ์และอยู่ระหว่างการแก้ไข ก่อนจะประกาศออกมาอย่างเป็นทางการว่า การเข้ามาตรวจมาตรฐานกรมการบินพลเรือนไทยของไอซีเอโอ มีมาตั้งแต่เมื่อไหร่ มันผิดมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้ จริงๆแล้วเขาเตือนมาหลายสิบครั้งแล้ว ขอถามว่าใครทำ แต่วันนี้ตนกำลังแก้ กรมการบินพลเรือนกำลังมีปัญหา เพราะมาตรฐานไม่ได้ ทั้งเรื่องโครงสร้างความปลอดภัยอะไรต่างๆ ถ้าพูดเรื่องนี้มากๆ เราก็เสียหาย ฉะนั้นกติกาเหล่านี้เราต้องชี้แจงเขาว่า โอเคเรื่องปลอดภัยเรารับรอง ขณะนี้อยู่ระหว่างการแก้ไข

เมื่อถามว่า เวลานี้ญี่ปุ่นห้ามสายการบินสัญชาติไทยเพิ่มเที่ยวบิน หรือเปิดเส้นทางการบินใหม่ และห้ามเช่าเหมาสายการบินสัญชาติไทย รัฐบาลจะดำเนินการอย่างไร จะมีการขอผ่อนปรนไปทางญี่ปุ่นหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ได้ให้ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รมว.การต่างประเทศไปพูดคุย เพราะเรามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันอยู่ ไม่ว่าอะไรต่างๆ ก็ตาม ต้องช่วยเหลือกันบ้าง หากจะให้กรมการบินพลเรือนไปคุย คงไม่รู้เรื่องเพราะถูกเล่นงานอยู่ ฉะนั้น รัฐบาลต้องไปคุยเอง จะสำเร็จหรือเปล่า ใช้เวลากี่วันยังไม่รู้ แต่ต้องทำให้เร็วที่สุด โดยหวังให้ญี่ปุ่นดูแลซึ่งกันและกัน อย่าลืมว่าการเมืองของแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน บางครั้งนายกฯเขาอาจจะอยากให้ แต่ ครม.ของเขาไม่ให้ เขาสู้กันทางการเมือง เราถึงต้องเตรียมเรื่องเหล่านี้ให้พร้อม มาตรการความเสี่ยงเหล่านี้มันต้องมี วันหน้าจะต้องไม่เกิดขึ้นอีก วันนี้กำลังปรับโครงสร้างกรมการบินพลเรือนสั่งการไปเดือน 1 แล้วต้องทำให้เร็วที่สุด นำเข้าสู่ที่ประชุม ครม.เพื่อของบประมาณ ถ้าจำเป็นก็จะใช้อำนาจพิเศษตั้ง ใครมาต้องให้ความเชื่อมั่นเชื่อถือ จ้างฝรั่งมาอยู่ที่นี้บ้างหรือเปล่าต้องทำใหม่หมด ที่ผ่านมามีคนอยู่แค่ 9 คนเอง แล้วมันจะทำได้ไหมล่ะ ทำไมให้มันเป็นอย่างนั้น ไม่เข้าใจเรื่องทุกเรื่องไม่เคยทำมันเป็นอะไร ปัญหาถึงได้มาวันนี้

เมื่อถามว่า ต้องย้ายอธิบดีกรมการบินพลเรือนหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไม่เกี่ยว ถ้าย้ายก็ต้องย้ายรัฐบาลก่อน และรัฐบาลที่แล้วก็ย้ายไปแล้ว รัฐบาลไม่สั่งการไม่เอาใจใส่ แล้วจะไปไล่ได้อย่างไร อธิบดีจะไปทำอะไรได้ เขาบอกเขาเสนอไปแล้วไม่เห็นอนุมัติ ไม่เห็นทำอะไรเพิ่มเติม เขาก็ต้องไป อย่างนั้น เพราะเป็นเรื่องของการปรับโครงสร้าง ต้องนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ตำแหน่งต่างๆงบประมาณต้องเข้า ครม. ต้องแก้ไขใหม่หมด แต่รัฐบาลที่แล้วไม่ดำเนินการปล่อยเฉยแต่วันนี้ทำทุกอย่าง

นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยเมื่อ 27 มี.ค. ถึงเรื่องนี้ว่า มาตรการห้ามสายการบินของไทยไปญี่ปุ่น จะเป็นการห้ามกรณีที่เพิ่มเที่ยวบิน เปลี่ยนจุดบิน เปิดจุดบินใหม่ และห้ามเปลี่ยนขนาดเครื่องบิน ตั้งแต่เดือนเมษายนนี้ ยอมรับว่าข้อห้าม ดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อเที่ยวบินชาร์เตอร์ไฟลต์ ของการบินไทยจำนวน 5 เที่ยวบิน ที่เตรียมจะขออนุญาตทำการบินช่วงไฮซีซั่นในเดือนเมษายนนี้ อีกทั้งกระทบกับเส้นทางบินในประเทศอื่น ที่ต้องเพิ่ม การตรวจสอบสายการบินที่ถูกห้ามเพิ่มเติมอีกระดับ

นายจรัมพรกล่าวอีกว่า การบินไทยได้ส่งตัวแทนเข้าไปเจรจากับไอซีเอโอ ร่วมกับกรมการบิน พลเรือนแล้ว พร้อมยืนยันว่าการบินไทย ทำการบินตามมาตรฐานสากลมาโดยตลอด หลังจากนี้ต้องรอผลตอบรับจากไอซีเอโออีกครั้ง หากยังไม่ถึงเกณฑ์ข้อกำหนดตามที่ไอซีเอโอร้องขอ การบินไทยจะต้องปรับแผนการบินภายใต้ข้อจำกัดที่เพิ่มขึ้น ส่วนเที่ยวบินประจำที่บินในเส้นทางเดิมและเวลาเดิม ได้รับอนุมัติทั้งหมดแล้ว ทั้งนี้ องค์การการบินของญี่ปุ่น ได้ระงับเพิ่มเที่ยวบินใหม่ 3 สายการบินของไทย ครอบคลุม 4 สายการบิน คือ การบินไทย การบินไทย สมายล์, นกสกู๊ต และไทยแอร์เอเชียเอ็กซ์ สำหรับการให้บริการเส้นทางบินของการบินไทยในเส้นทางบินประจำ ไปยังญี่ปุ่นพบว่ามีให้บริการ 6 จุดบิน 75 เที่ยวบิน/สัปดาห์ ประกอบด้วย นาริตะ 21 เที่ยวบิน, ฮาเนดะ 14 เที่ยวบิน, ฟูกูโอกะ 7 เที่ยวบิน, โอซากา 14 เที่ยวบิน, ซัปโปโร 7 เที่ยวบิน, นาโกยา 12 เที่ยวบิน

นายยุทธชัย สุนทรรัตนเวช นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศ (สทน.) เปิดเผยตัวเลขของคนไทยไปญี่ปุ่นของช่วงปีนี้ ที่ระบุว่า 500,000 คนน่าจะเป็นการเดินทางระหว่าง ม.ค.-พ.ค.2558 ส่วนช่วง มี.ค.-พ.ค. น่าจะอยู่ที่ 200,000 คน ส่วน ผลกระทบจากที่กรมการบินพลเรือนญี่ปุ่น ห้ามไม่ให้สายการบินเช่าเหมาลำจากไทยไปลงสนามบินญี่ปุ่น ขณะนี้ยังไม่ทราบความชัดเจนจากกรมการบินพลเรือนว่า การห้ามดังกล่าวเริ่มวันที่ 1 เม.ย. หรือ ช่วงวันหยุดยาวสงกรานต์กันแน่ ถ้าหากเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. เท่ากับว่าสายการบินเช่าเหมาลำหรือชาร์เตอร์ไฟลต์จากไทยจะบินไปญี่ปุ่นไม่ได้ตั้งแต่วันที่ 27 มี.ค.ทันที เพราะกรุ๊ปทัวร์จะมีเวลาเที่ยวในญี่ปุ่น 6 วัน พอครบกำหนดจะตรงกับวันที่ 1 เม.ย. จะไม่ สามารถนำเครื่องบินขึ้นบินกลับได้ นอกจากหาเครื่องบินที่ไม่ได้จดทะเบียนในไทยบินกลับมาแทน ซึ่งไม่คุ้มค่า

ส่วนผลกระทบคนไทยที่ไม่สามารถเดินทางได้ นายยุทธชัยกล่าวว่า หากคิดเบื้องต้นจะตกวันละ 1,100 คน โดยคิดจากสายการบินนกสกู๊ต บินไปญี่ปุ่นวันละ 1 เที่ยวบิน บรรจุผู้โดยสารได้ 420 คน สายการบินเจ็ท แอร์เวย์ 400 คนต่อวัน สายการบินเอเชีย แอตแลนติก แอร์ไลน์ 210 คน ซึ่งในส่วนนี้หาก ผลกระทบเป็นเดือนก็ตก 33,000 คนต่อเดือน ทั้งหมดนี้ต้องการความชัดเจนจากกรมการบินพลเรือนว่า คำสั่งห้ามของกรมการบินพลเรือนของญี่ปุ่นเป็นอย่างไรกันแน่และผลเจรจากับกรมการบินพลเรือนญี่ปุ่นเป็นอย่างไร นอกจากนี้ มองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ครั้งนี้แย่มากๆ ที่ผู้คุมกฎหมายการบินหรือกรมการบินพลเรือนได้ถูกตัดสินว่าไม่มีมาตรฐานเสียเอง

นอกเหนือจากจะถูกญี่ปุ่นระงับเที่ยวบินเพิ่มแล้ว สายการบินของไทยก็ยังถูกห้ามบินไปเกาหลีอีกด้วย โดยผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อค่ำวันเดียวกันว่า บริษัท สายการบิน นกสกู๊ต จำกัด ได้ออกหนังสือแจ้งว่า ขอระงับการจำหน่ายตั๋วโดยสารเส้นทางบินกรุงเทพฯ-โซล ประเทศเกาหลี ชั่วคราว พร้อมคืนเงินเต็มจำนวนให้แก่ผู้โดยสารที่ซื้อตั๋ว ในเส้นทางดังกล่าว เนื่องจากบริษัทอาจไม่ได้รับสิทธิ์อนุญาตการบินจากทางการเกาหลี สืบเนื่องจากองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอซีเอโอ) อยู่ระหว่างตรวจสอบมาตรฐานการบินของประเทศไทย


ที่มา     http://www.thairath.co.th/eco

0 comments:

แสดงความคิดเห็น