มากกว่าแชมป์


เอฟเอ คัพ นับว่าเป็นบอลถ้วยอีกรายการที่แฟนบอลอาร์เซนอล ที่อยู่ในสถานะแชมป์เก่าจดไว้ในรายการสิ่งที่อยากได้ตั้งแต่ช่วงเปิดฤดูกาล และในตอนนี้ก็ยังถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดเพราะอาจจะเป็นถ้วยใบเดียวที่ยังพอมีลุ้นอยู่บ้าง

การแพ้ โมนาโก 1-3 ในถ้วยใบใหญ่อย่าง ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบ 16 ทีม นัดแรกคาบ้านตัวเอง ทำให้สถานการณ์การเข้ารอบศึกชิงเจ้าสโมสรยุโรป กลายเป็นเรื่องที่ยากมากๆ และยังเสี่ยงที่จะตกรอบเป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน

ทำให้เป้าหมายจะชูถ้วยของ "ปืนใหญ่" ตอนนี้ต้องหันปากกระบอกมาที่ เกมเอฟเอ คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ หรือรอบ 8 ทีมสุดท้ายที่ดูจะเป็นเส้นทางที่สั้นที่สุด

แต่ก็ดันเหมือน "ผี" จับยัดที่เกมนัดนี้ต้องเจอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คู่ปรับร่วมศึกพรีเมียร์ลีก แถม อาร์เซนอล ยังต้องออกไปเยือน โอลด์แทรฟเฟิร์ด และมันก็น่าตลกที่การพบกันของทั้งสองทีมในเวลานี้จะทำให้เกมในวันจันทร์ดูมีความหมายมากกว่าการฟาดแข้งเพื่อลุ้นแชมป์ทั่วไป เพราะทั้ง แมนฯยู และ อาร์เซนอล ในเวลานี้นับว่ามีอะไรหลายๆอย่างที่คล้ายกัน

เริ่มจากสถานการณ์ในลีกก็พูดได้เต็มปากว่าทั้ง "ปืนใหญ่" และ "ผีแดง" เลิกคิดเรื่องลุ้นแชมป์กันมาสักพักใหญ่ และมีเป้าหมายที่เหมือนกันคือการจบในอันดับท๊อปโฟร์ของตาราง

แต่ขอบอกเลยว่าเรื่องในลีก "ปืนใหญ่" มีแววดูดีกว่าเยอะ เพราะตั้งแต่ช่วงคริสต์มาสเป็นต้นมายอดทีมจากถิ่นลอนดอนแทบไม่มีเกมเจ๊าคู่แข่ง หรือทำแต้มหล่นเรี่ยราดให้เห็น ขณะที่ แมนฯยู ดูจะลูกผีลูกคนบทนัดไหนจะดีก็ดีแบบมีให้ลุ้น แต่บทจะออกทะเลก็กางใบไปพร้อมกับเสียงก่นด่า

เพราะฉะนั้นทิศทางการจบใน 3 อันดับแรกของ อาร์เซนอล ดูจะแข็งแรงมากกว่าและจะยิ่งมั่นคงขึ้นหากสามารถผ่านเกมที่จะพบกับ ลิเวอร์พูล ช่วงต้นเดือนหน้าไปได้

แต่สิ่งที่รองลงมาจากการติด 4 อันดับแรก ก็ต้องเป็นการเรียกศรัทธาจากกองเชียร์ของตัวเองด้วยการเป็นแชมป์บอลถ้วยซักรายการ ซึ่ง "เอฟเอ คัพ" ก็ดูจะตอบโจทย์ของทั้งสองทีมที่มีดีกรีเป็นแชมป์ 11 สมัยเท่ากัน

ยอมรับกันตรงๆว่าในตอนนี้ก็แฟนบอลของทั้ง 2 ทีมหลายคนที่เริ่มเบื่อผู้จัดการทีมของตัวเองที่ไม่สามารถทำทีมรักให้น่าเกรงขามได้ จนมีเสียงเรียกร้องให้ปลดดังออกมาเป็นระยะตามผลงานในช่วงนั้น

อันที่จริงการที่พลพรรคกูนเนอร์ออกมาขับไล่ อาร์แซน เวนเกอร์ มันก็เกิดขึ้นมานานหลายปีแล้ว แต่ดวงของขงเบ้งชาวฝรั่งเศสยังแข็งเมื่อมาได้แชมป์ เอฟเอ คัพ ในฤดูกาลก่อน

ขณะที่ในปีนี้กระแสที่ดูจะมาแรงเป็นพิเศษ แม้่จะเป็นการเชิญออกอย่างสุภาพไม่ดุเดือดเหมือนที่อื่น แต่สุดท้ายแล้วความหมายของข้อความก็ไม่ต่างกัน จึงถือว่าเป็นบทพิสูจน์ชั้นดีของแชมป์เก่าที่จะต้องไปเยือน "โรงละครแห่งความฝัน" ในช่วงเวลาที่ไม่มีใครกล้าฟันธงหรือคอนเฟิร์มว่าทีมไหนจะเอาชนะได้

แต่ทั้งหมดทั้งมวลก็อยู่ที่ เวนเกอร์ แล้วละว่าจะให้ความสำคัญกับบอลถ้วยครั้งนี้มากแค่ไหน หรือจะตั้งหน้าตั้งตาไปที่เกมลีกเหมือนที่บอกกับสื่อ ในขณะที่กองเชียร์อย่างเราๆท่านๆ ก็ทำได้แค่รอดูผลงานในคืนวันจันทร์ หรือเช้าตรู่วันอังคาร เวลา 02.45 น. หวังว่าจะได้มีอะไรไปแซวเด็กผีตอนเช้านะ.
......................................
ที่มา  :  http://www.thairath.co.th/sport

0 comments:

แสดงความคิดเห็น