ขนลุก !! หนุ่ม 18 ฆ่ารุ่นพี่เมื่อวานนี้ วันนี้ทำแผนเล่าสิ่งที่ทำให้ชาวบ้านขนลุก จนต้องสารภาพ!!




เช้าวันนี้ผู้สื่อข่าวสยามอัพเดทได้รับรายงานว่า มีการแชร์ภาพและข้อมูลที่สุดหลอน โดยที่มีหนุ่มคนหนึ่งอ้างว่า ในคืนนั้นรุ่นพี่หนุ่มใหญ่ได้บังคับข่มขืนใจตัวเขา จนเขาโกรธและระงับอารมณ์ไม่อยู่
จนได้บันดาลโทสะ กระหน่ำแทงจนเสียชีวิต และได้นำศพไปอำพราง แต่หลังจากนั้น เขาก็ได้เจอเรื่องราวสุดหลอน โดยพบกับวิญญาณของรุ่นพี่ที่เขาได้ฆ่าไปนั้น จนต้องมารับสารภาพในที่สุด



เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. พ.ต.ท.สมัย มงคลชู พนักงานสอบสวน สภ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า เมื่อช่วงดึกวันที่ 29 ธ.ค. ที่ผ่านมา ตนพร้อมด้วย พ.ต.อ.วีรวัฒน์ สระบัว ผกก.สภ.เมืองร้อยเอ็ด และนายตำรวจในสังกัด ได้ควบคุมตัวนาย เจ (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุฆ่า นายวิชัยชิต สุเมม อายุ 54 ปี แล้วนำศพไปฝังอำพรางคดี ไปชี้จุดหาศพบริเวณป่าละเมาะ ด้านทิศตะวันตก พื้นที่ ต.ปอภาร อ.เมือง เพื่อขุดศพขึ้นมาชันสูตร และให้ผู้ต้องหาทำพิธีกราบขอขมา


ทั้งนี้ นายเจ ให้การรับสารภาพว่า รู้จักกับผู้ตายผ่านทางโซเชียลมีเดียจนสนิทกันพอสมควรในฐานะเพื่อนรุ่นพี่-รุ่นน้องเท่านั้น กระทั่งกลางดึกคืนวันที่ 22 ธ.ค. ที่ผ่านมา ผู้ตายขับรถเก๋ง นิสสัน สีขาว รุ่นเก่า ไม่ทราบทะเบียนมาหาตนที่บ้าน ก่อนจะรับไปเที่ยวดื่มกินที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง แต่ระหว่างที่อยู่ในห้องสองต่อสอง ผู้ตายพยายามเล้าโลมและขอร่วมหลับนอน ซึ่งตนได้ปฏิเสธ พร้อมกับโทรศัพท์หาเพื่อนให้มารับกลับบ้าน แต่ผู้ตายไม่เลิกลา ขอนอนพักที่บ้านของตนด้วย กระทั่งมีความพยายามปลุกปล้ำลวนลาม และใช้กำลังเพื่อขอร่วมหลับนอนอีก ทำให้ตนเกิดความโมโห คว้ามีดปลายแหลมยาว 5 นิ้ว กระหน่ำแทงผู้ตายจนเสียชีวิตคาที่



ภายหลัง ตนตกใจมากคิดอะไรไม่ออก จึงปิดบ้านออกไปตามหาเพื่อนรุ่นพี่รุ่นน้อง ที่อยู่ในหมู่บ้านเดียวกันมาช่วยเหลือ นำศพไปฝังอำพรางคดีดังกล่าว จากนั้นก็แยกย้ายกันกลับบ้าน ซึ่งตนล้างมีดและพื้นที่เต็มไปด้วยเลือดจนสะอาด ส่วนรถของผู้ตายได้เอาไปจำนำไว้ในราคา 4,000 บาท และปิดเรื่องนี้ไม่ให้พ่อ-แม่รู้ แต่ภายหลังปรากฏว่า มีเหตุการณ์แปลกประหลาดคล้ายวิญญาณผู้ตายตามมาหลอกหลอน จนเกิดความหวาดกลัวใช้ชีวิตไม่เป็นสุข จึงตัดสินใจเล่าเรื่องดังกล่าวให้พ่อ-แม่ฟัง และเข้ามอบตัวต่อตำรวจ เพื่อรับโทษตามกฎหมาย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คุมตัวส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป.“

 หลังจากข้อมูลดังกล่าวได้แชร์ออกไป ก็มีผู้มาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก






ที่มา : http://www.siamupdate.com/news-179864

0 comments:

แสดงความคิดเห็น