สดๆร้อนๆ! คดีพลิกแล้ว สาวโครงกระดูกที่ฝังในบ้าน กว่า 1 ปี กลับพบคนนี้เป็นคนฆ่า เพื่อนบ้านถึงกับใจสลาย


อ่านต่อ
แต่ในเวลาต่อมา กลับมีการเปลี่ยนคำให้การใหม่ทั้งหมด คราวนี้ระบุ พ่อเลี้ยงไม่ได้เป็นผู้ฆ่า และน้าชายไม่ได้มีส่วนรู้เห็นแต่อย่างใด แต่ฆาตกรที่แท้จริงเป็นนายเบล อายุ 23 ปี ซึ่งเป็นกิ๊กที่รู้จักกันทางเฟซบุ๊ก เป็นผู้ลงมือฆ่า น.ส.ชมภูนุช ด้วยการใช้ก้อนอิฐตัวหนอนทุบหัวขณะนอนหลับอยู่ที่เตียง โดยที่น.ส.บี รู้เห็นเป็นใจ ทำหน้าที่เปิดประตูบ้านให้นายเบลเข้ามาลงมือฆ่าแม่ตัวเองอย่างโหดเหี้ยม ก่อนที่ทั้งคู่จะช่วยกันลากศพไปฝังดินทิ้งไว้ข้างบ้าน ซึ่งสร้างความงุนงงให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึงตน และญาติพี่น้องเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ ในส่วนของทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน หลังจาก น.ส.บี มีการกลับคำให้การใหม่ทั้งหมด และซัดทอดนายเบลเป็นผู้ลงมือฆ่า จึงได้ พา น.ส.บี เดินทางไปชี้จุดที่พักของนายเบล ในพื้นที่ ต.หนองเต่า อ.เก้าเลี้ยว พบนายเบลอยู่ที่บ้าน จึงได้เชิญตัวมาสอบสวนทันที ผลปรากฏว่า นายเบลยอมให้การรับสารภาพตรงตามที่ถูก น.ส.บี ให้การซัดทอดทั้งหมด ตั้งแต่การนัดพบกันที่หน้าบ้านของ น.ส.บี ตอนเวลา 01.00 น. ของวันที่ 15 ธันวาคม 2557 และทุกขั้นตอนก่อนและหลังลงมือฆ่า น.ส.ชมภูนุช

ทางเจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานในการออกหมายจับ พร้อมกับควบคุมตัว น.ส.บี และนายเบล ไปชี้จุดเพื่อหาวัตถุพยานหลักเพิ่มเติมที่บ้านของ น.ส.ชมภูนุช ด้วย แต่ปรากฏว่า ชาวบ้านทราบข่าว ต่างพากันแห่มาดูโฉมหน้าคนร้ายอย่างเนืองแน่น จึงทำให้เจ้าหน้าที่ต้องยุติทันที


อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกิดความกระจ่างกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปที่บ้านของ น.ส.ชมภูนุช หลังจากทราบว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปล่อยตัว น.ส.บี เป็นการชั่วคราว ให้ไปอยู่ในความดูแลของญาติ เนื่องจากไม่ได้การให้ น.ส.บี เกิดความเครียดมากจนเกินไป ซึ่งจากการสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด น.ส.บี ให้การด้วยความเสียใจที่ข้างหลุมศพมารดาว่า ตนเป็นผู้เรียกให้นายเบล ซึ่งคบกันเป็นแฟนอยู่ในขณะนั้น ให้มาฆ่ามารดา

โดยคืนวันที่ 14 ธันวาคม ปี 57 นายเบลได้โทรศัพท์มาหา ชักชวนให้ตนออกไปเที่ยวนอกบ้าน แต่ตนบอกว่าไปไม่ได้ เนื่องจากมารดาดุ ซึ่งนายเบลก็ถามกลับมาทันทีว่า หากไม่มีมารดาตนอยู่ จะออกมาเที่ยวได้อย่างอิสระหรือไม่ ตนจึงบอกว่าได้ แต่ก็ต้องรอให้มารดาเสียชีวิตเพียงเท่านั้น นายเบลจึงพูดสวนทันควันว่า จะให้ช่วยทำให้มารดาตนหายไปไหม เพราะหากหายไป ตนจะได้ทั้งทรัพย์สินมรดกทุกอย่าง ทั้งข้าวของเงินทอง บ้านที่ดิน ร้านค้าผัก รถยนต์ รวมถึงเงินประกันชีวิตของมารดา ซึ่งก็ถูกพูดจาโน้มน้าวปั่นหัวจนตนหลงเชื่อ และรู้สึกว่าอยากจะครอบครองทรัพย์สมบัติทั้งหมด จึงตัดสินใจโทรศัพท์หานายเบลในวันถัดมา ถามว่าจะเอาอย่างไร มารดาตนนอนหลับอยู่ในห้อง นายเบลจึงขี่รถจักรยานยนต์มาหาตนที่บ้าน ก่อนจะร่วมกันลงมือฆ่ามารดาในคืนนั้น

"ตอนเวลาตีหนึ่งของวันที่ 15 ธันวาคม 2557 หนูเป็นคนเปิดบ้าน และเปิดห้องนอนของแม่ เพื่อให้เบลลงมือ แต่ตอนแรก เบลเห็นน้องสาวหนูนอนอยู่ในห้องด้วย จึงบอกให้หนูไปหยิบก้อนอิฐตัวหนอนที่หน้าบ้านมาให้ก่อน พร้อมกับให้หนูอุ้มน้องออกไปไว้อีกห้องหนึ่ง จนกระทั่งกลับมา หนูก็เห็นเบลใช้ก้อนอิฐทุบเข้าไปที่หัวแม่หนูอย่างแรง และก็ตามทุบซ้ำที่เดิมแบบไม่ยั้งอีกนับ 10 ที จนอิฐแตกครึ่งออกจากกัน ไปพร้อมกับเสียงแม่ที่ร้องด้วยความเจ็บปวด"

น.ส.บี เล่าต่อว่า จากเสียงของมารดาที่ร้องด้วยความเจ็บปวดอย่างรุนแรง นายเบลจึงบอกให้ตนไปหยิบผ้าเพื่อมาอุดปากมารดาไม่ให้ส่งเสียงร้อง ซึ่งตนก็ไปหยิบผ้าพันคอชุดนักเรียนเนตรนารีส่งให้นายเบลนำเอาไปผูกศีรษะมัดปากมารดา จากนั้นนายเบลก็หันไปหยิบก้อนอิฐอันเดิม ทุบไปที่หัวมารดาอีกหลายทีตายคาที่ จนกระทั่ง ในที่สุด ตนกับนายเบลจึงช่วยกันลากศพมารดาออกทางประตูด้านหลังบ้าน นำไปฝังดินที่ใต้ต้นมะปรางเพื่อปกปิดความผิดได้กระทำไว้ก่อนนายเบลจะขี่รถจักรยานยนต์กลับไป ส่วนการที่นำศพมารดามาฝังไว้ภายในบริเวณบ้าน เป็นเพราะนายเบลบอกว่าเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุดแล้ว

ทั้งนี้ น.ส.บี ยังระบุด้วยว่า หลังจากที่มารดาเสียชีวิตจากการถูกฆาตกรรมด้วยน้ำมือของเค้าและกิ๊ก จึง น.ส.บี จึงได้ใช้เฟซบุ๊คของมารดาจากโทรศัพท์มือถือ ส่งข้อความไปหาญาติพี่น้อง โดยบอกว่าทะเลาะกับสามีรุนแรง และขอหายออกจากบ้านไปจนกว่าจะทำใจได้จึงจะกลับมา ซึ่งทางญาติพี่น้องของ น.ส.ชมภูนุช ต่างก็หลงเชื่อ เพราะก่อนหน้านั้นเคยเกิดเหตุการณ์หายออกจากบ้านในลักษณะเดียวกันมาแล้วหลายครั้ง

เมื่อผู้สื่อข่าวต่อข้อซักถามถึงคำให้การตอนแรกที่ซัดทอดถึงพ่อเลี้ยง น.ส.บี กล่าวว่า ย้อนกลับไปก่อนหน้าที่มารดาจะเสียชีวิต 3 วัน ตนถูกพ่อเลี้ยงข่มขืนภายในบ้าน ขณะอยู่กันตามลำพัง 2 คน แต่มารดาก็เข้ามาพบเห็นเหตุการณ์ จนเกิดปากเสียงกัน และสร้างความไม่พอใจให้แก่มารดาอย่างมาก แต่สุดท้ายมารดาก็ไม่เลิกกับพ่อเลี้ยง และไม่ดำเนินการใดๆ โดยเลือกที่จะยังอยู่กินกับพ่อเลี้ยงตามปกติ


จนกระทั่งอีกวันต่อมา อยู่ดีๆ พ่อเลี้ยงก็เข้ามาคุย และสอบถามว่าตนเองคบกับใคร ซึ่งขณะนั้น ตนคบอยู่กับนายเบล จึงได้บอกไป และพ่อเลี้ยงก็บอกให้ตนไปลองถามนายเบลว่ากล้าฆ่าคนหรือไม่ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าไปประจวบเหมาะกับที่นายเบลได้พูดคุยหว่านล้อมกันทางโทรศัพท์ในเรื่องของการฆ่ามารดาได้อย่างไร สุดท้ายตนพร้อมที่จะรับกรรมในสิ่งที่ตนได้กระทำบาปในครั้งนี้แล้ว ตนขอโทษมารดา อยากให้ท่านอโหสิกรรมให้ตนด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า ในส่วนของพ่อเลี้ยงของ น.ส.บี และเป็นสามีของ น.ส.ชมภูนุช ซึ่งตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีนี้นั้น ทางเจ้าหน้าที่ได้ปล่อยตัวไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 16 มกราคม ที่ผ่านมาแล้ว เนื่องจากครบกำหนดควบคุมตัว 48 ชั่วโมง และผลการสอบสวนยังไม่พบพิรุธ รวมถึงหลักฐานที่จะเชื่อมโยงไปถึง ส่วนการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ในขั้นตอนต่อไป จะมีการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ในการขออนุมัติหมายจับ น.ส.บี และรอทราบผลการตรวจพิสูจน์ศพโครงกระดูกด้วย แต่ขณะนี้ นายเบลถูกออกหมายจับ และถูกจับกุมในฐานะเป็นผู้ต้องหาลงมือฆ่า น.ส.ชมภูนุช แล้ว

ที่มา : http://www.siamupdate.com/news-180248

0 comments:

แสดงความคิดเห็น