เจ้าบ่าวแทบช็อก! หลังแต่งงานเข้าห้องหอคืนแรก ไปจูบ"ตรงนี้" พอดูเจ้าสาวอีกที ถึงกับใจสลาย คืนนั้นเกิดอะไรขึ้น



คืนส่งตัวของเจ้าบ่าวเจ้าสาวควรจะเป็นเวลาแห่งความสุข แต่ใครจะไปคิดว่าเรื่องร้ายไม่คาดฝันจะเกิดขึ้นเพราะจูบเดียว! บ่าวสาวคู่หนึ่งหลังจากที่ญาติทำการส่งตัวเข้าห้องหอแล้ว เจ้าบ่าวก็ไม่รอช้า เปิดฉากรักด้วยการจูบเจ้าสาวอย่างดูดดื่มบริเวณต้นคอ ทันใดนั้นเจ้าสาวก็เริ่มหน้าซีด มือเท้าเย็นเฉียบ และหยุดหายใจหัวใจหยุดเต้นอย่างกะทันหัน เจ้าบ่าวจึงรีบนำตัวเจ้าสาวส่งโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ทำการช่วยชีวิต  แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถช่วยชีวิตของเจ้าสาวให้ฟื้นขึ้นมาได้

บางจุดของร่างกายไม่ไปแตะต้องจะดีที่สุด
 แพทย์กล่าวว่า บริเวณด้านข้างของลำคอมนุษย์ จะมีเส้นเลือดใหญ่อยู่ 1 เส้นซึ่งก็คือเส้นเลือดแดงที่เป็นจุดเริ่มต้นของการส่งเลือดไปหล่อเลี้ยง อวัยวะต่างๆของร่างกายโดยจะต้องใช้แรงดันเลือดมากน้อยต่างกัน โดยแพทย์เรียกอวัยวะส่วนที่ใช้ควบคุมแรงดันเลือดในจุดนี้ว่า คาโรติด ไซนัส (carotid sinus)


 ดังนั้นหากเกิดแรงบีบอัดมากระทบทั้งสองข้างของคาโรคิด ไซนัส ก็จะส่งผลให้หัวใจหยุดเต้นได้ ร่างกายมนุษย์จะแสดงปฎิกิริยาตอบสนองอย่างรวดเร็วเมื่อทำการกดโดนจุดคาโรติด ไซนัสและอาจทำให้หัวใจหยุดเต้นได้เพียง 3 วินาทีแรก  โดยเราจะรู้สึกเวียนหัว ตาลาย และจากนั้นอีกไม่กี่วินาทีก็หัวใจจะหยุดเต้น ซึ่งทางการแพทย์จะเรียกว่า อาการขาดความดันโลหิตแบบฉับพลัน และถ้าไม่ทำการช่วยเหลือทันทีก็จะเสียชีวิตได้อย่างง่ายดาย


นาทีทองสำหรับการช่วยชีวิตจากอาการนี้มีเพียง 4 นาทีเท่านั้น
 เราจะมีวิธีการช่วยเหลืออย่างไร หากเกิดการกระทบโดนจุดคาโรติด ไซนัส ? แพทย์แนะนำว่า ในกรณีฉุกเฉินให้ทำการผายปอดทันที แต่หลังจากหัวใจหยุดเต้นคุณจะมีนาทีทองของการช่วยเหลือภายใน 4 นาทีแรก ซึ่งถ้าไม่มีการปฐมพยาบาลหรือช่วยเหลือได้ทันภายในเวลา 4 นาที ก็มีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตได้สูงมาก


แพทย์กล่าวว่า หลังจากโทรศัพท์เรียกรถฉุกเฉินแล้ว ต้องทำการผายปอดเพื่อฟื้นฟูระบบการทำงานของหัวใจ โดยวิธีการผายปอดไม่จำเป็นต้องใช้ทักษะเชิงลึก ผู้ที่ทำการปฐมพยาบาลสามารถศึกษากระบวนการปั๊มหัวใจผายปอดได้ โดยวิธีคือต้องพยายามปั๊มหัวใจบริเวณภายนอกทรวงอกอย่างต่อเนื่อง ด้วยอัตราการปั๊มมากกว่า 100 ครั้งต่อนาที

ช่วยแชร์กันออกไป เพื่อให้ทุกคนรู้จักจุดต้องห้ามของร่างกาย และระวังไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้

ที่มา : http://www.siamupdate.com/news-181016

0 comments:

แสดงความคิดเห็น