สุดช็อก!! ล่าผัวโหดง้อเมียไม่สำเร็จ แทงยับ16แผลดับสยอง!

ตำรวจเมืองอุดรธานี ตามล่าตัวสามีโหด จ้วงแทงคอ-ใบหน้าอดีตภรรยา 16 แผล ตายสยองกลางซอยประชาอุทิศ 2 คาดฉุนตามง้อไม่สำเร็จ เลยลงมือสังหารระบายแค้น

เมื่อวันที่ 20 มี.ค. ร.ต.ท.นิวัฒน์ แจงกระโทก พนักงานสอบสวน สภ.เมือง จ.อุดรธานี รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกแทงเสียชีวิต บริเวณกลางซอยประชาอุทิศ 2 ถนนอดุลยเดช เขตเทศบาลนครอุดรธานี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.ท.ชาญณรงค์ มากพิสุทธิ์ รอง ผกก.สส. ฝ่ายสืบสวน และมูลนิธิสว่างเมธาธรรม ที่เกิดเหตุพบศพ น.ส.ชมัยพร รวงผึ้ง อายุ 31 ปี ชาว อ.ส่องดาว จ.สกลนคร ถูกแทงด้วยของมีคมเข้าที่บริเวณลำคอ และใบหน้า รวม 16 แผล สภาพกึ่งนอนกึ่งนั่งพิงกำแพงรั้วเสียชีวิตจมกองเลือด ด้าน พ.ต.ท.ชาญณรงค์ เปิดเผยว่า สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ตายทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟอยู่ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ใกล้ๆกับที่เกิดเหตุ และพักอยู่ห้องแบ่งเช่ารายวันใกล้กับที่ทำงาน โดยผู้ตายได้หย่าร้างกับสามีเก่าที่มีลูกด้วยกัน 2 คน อายุ 6 ขวบ และ 3 ขวบ ต่อมา ผู้ตายได้มาอยู่กินกับสามีใหม่ชื่อ นายทวีศักดิ์ เกษมราช อายุ 38 ปี ชาว อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร ได้ประมาณ 1 ปี แต่ นายทวีศักดิ์ ไม่มีงานทำ ทั้งชอบดื่มสุรา และทำร้ายร่างกายผู้ตายประจำ




พ.ต.ท.ชาญณรงค์ กล่าวต่อไปว่า ล่าสุดเมื่อราว 1 เดือนก่อน ผู้ตายถูกนายทวีศักดิ์ทำร้ายอีก จึงไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.ส่องดาว จ.สกลนคร และขอแยกทางกับ นายทวีศักดิ์ ก่อนจะหนีมาทำงานอยู่ที่ จ.อุดรธานี ทั้งนี้ นายทวีศักดิ์ ได้ตามมาง้อขอคืนดีผู้ตายหลายครั้ง แต่ผู้ตายไม่ยอมใจอ่อนกลับไปคืนดี และยังเปลี่ยนเช่าที่พักไปเรื่อยๆเพื่อไม่ให้ นายทวีศักดิ์ ตามพบ ก่อนเกิดเหตุขณะที่ผู้ตายกำลังทำงาน นายทวีศักดิ์ ก็ได้มาขอพบ ผู้ตายจึงได้ออกไปพูดคุยบริเวณข้างร้านประมาณ 20 นาที จากนั้น นายทวีศักดิ์ ได้เดินออกไปดื่มเบียร์รอผู้ตายอยู่ที่หน้าห้องเช่าของผู้ตาย กระทั่งเลิกงานผู้ตายได้กลับมาที่พัก ก็มีชาวบ้านได้ยินเสียงผู้เสียงร้องผู้หญิงขอความช่วยเหลือ และเห็นผู้ตายวิ่งออกมาจากที่พักในลักษณะเลือดอาบตัว หลังวิ่งไปได้ประมาณ 10 เมตร ก็ล้มลงขาดใจตาย และเห็นผู้ชายวิ่งหลบหนีเข้าไปทางตึกร้าง ซอยอดุลยเดช 7 ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สงสัยว่าจะเป็นฝีมือของ นายทวีศักดิ์ สามีที่ผู้ตายขอแยกทาง โดยสันนิษฐานว่า นายทวีศักดิ์ได้ตามมาง้อผู้ตายหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ จึงโกรธแค้นและมาดักแทงผู้ตาย ซึ่งทางตำรวจจะเร่งติดตามจับกุมตัวมาสอบสวนดำเนินคดีต่อไป.







ที่มา : http://www.dailynews.co.th/crime/386826

0 comments:

แสดงความคิดเห็น