พ่อเลี้ยงโหด! ทำร้ายร่างกาย และจุดไฟเผาลิ้นลูกเลี้ยงอย่างทารุณ พ่อแท้ๆสุดทนเข้าแจ้งความ ที่ จ.ชลบุรี..!!

loading...



วันที่ 9 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาเพื่อเด็กและสตรี พร้อมคณะ เดินทางมาที่ สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี เพื่อตรวจสอบคดีที่มีผู้ร้องเรียนว่ามีพ่อเลี้ยงทำร้ายลูกเลี้ยงอย่างทารุณ โดยเจ้าหน้าที่ได้นำตัว ด.ญ.บี (นามสมมุติ) อายุ 7 ขวบ นร.ชั้นป. 1 โรงเรียนแห่งหนึ่งในเมืองพัทยา มาตรวจสอบบาดแผล



โดยพบว่าที่บริเวณลิ้นช่วงกลางถึงปลายทั้งบนและล่างมีรอยบวมแดงเขียวช้ำ,
ในรูหูข้างซ้ายเป็นแผลบวมแดง, ใบหูข้างขวามีรอยถลอก,
ต้นแขนขวามีรอยเขียวช้ำ และที่บริเวณตาข้างขวามีรอยช้ำจางๆ
โดยมีนายอิทธิโชติ ทรงศรี อายุ 32 ปี กับ น.ส.อรุณภา คำภักดี อายุ 28 ปี
พ่อและแม่แท้ๆ ของเด็ก เข้าร่วมให้ปากคำ

จากการสอบถามนายอิทธิโชติ
ให้การว่า ตนกับอดีตภรรยามีลูกสาวด้วยกัน 1 คน แต่ได้แยกทางกันมา 5 ปีแล้ว
กระทั่งเมื่อวันที่ 4 มี.ค.ที่ผ่านมา
อดีตภรรยาได้โทรศัพท์มาขอเงินตนเพื่อพาลูกสาวไปหาหมอ
จึงนัดเจอกันที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง
เมื่อลูกสาวพบหน้าตนก็วิ่งโผเข้ามาหาพร้อมกับบอกว่า “หนูโดนพ่อเลี้ยงตี”
พอตนตรวจสอบตามร่างกายพบว่าลูกมีบาดแผลหลายแห่ง
loading...




เมื่อสอบถามอดีต
ภรรยา ทราบว่า ลูกสาวถูกสามีใหม่ทุบตีเป็นประจำ
พอเข้าไปห้ามก็จะถูกทำร้ายร่างกายไปด้วย
และล่าสุดได้จุดไฟแช็คเผาลิ้นอย่างทารุณ ทำให้ตนทนไม่ไหว
เพราะที่ผ่านมาตนเองไม่เคยตีลูกสักครั้ง จึงส่งตัวลูกไปรักษาที่
รพ.บางละมุง
พร้อมกับเข้าแจ้งความและร้องเรียนขอความช่วยเหลือไปยังมูลนิธิปวีณาเพื่อ
เด็กและสตรี เนื่องจากพ่อเลี้ยงคนดังกล่าวเป็นลูกชายของตำรวจทางหลวงคนหนึ่ง
 จึงเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม

ต่อมาตำรวจได้ออกหมายเรียกนาย
ศรัณย์ คำภักดี อายุ 23 ปี พ่อเลี้ยงโหดรายนี้ มาทำการสอบปากคำ
และให้การยอมรับว่า ได้ลงมือตีเด็กจริง แต่ทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ
ซึ่งปกติตนรักน้องบีเหมือนลูกในไส้ เพราะเลี้ยงดูและอยู่ด้วยกันนานถึง 2 ปี
 ไม่คิดว่าตัวเองจะทำลงไปได้ขนาดนั้น และขอยอมรับผิดกับสิ่งที่ทำไป

ด้าน
นางปวีณา เปิดเผยว่า ภายหลังจากพ่อของเด็กส่งเรื่องร้องเรียนมายังมูลนิธิฯ
จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่มาทำการตรวจสอบทำให้ได้ข้อมูลที่แน่ชัดว่ามีเหตุการณ์
ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง จึงประสานมายังตำรวจ สภ.บางละมุง
เพื่อให้ดำเนินคดีกับนายศรัณย์ ให้ถึงที่สุด
เพราะเป็นการกระทำที่โหดร้ายทารุณเป็นอย่างมาก

ที่มา : news.mthai.com

0 comments:

แสดงความคิดเห็น