สั่งสึกพระจิ๋วสุดในไทย เหตุพิการ-ภาระพระอื่น



loading...


สะเทือนใจชาวพุทธ!! "พระจิ๋วสุดในไทย"โดนคำสั่งพระผู้ใหญ่ใน จ.จันทบุรี สั่งสึกกะทันหัน เหตุผลร่างกายพิการไม่สมประกอบเป็นภาระพระรูปอื่น เสียความตั้งใจบวชทดแทนคุณแม่ ขณะที่ชาวบ้านเสียใจและเสียดาย พร้อมตั้งข้อสงสัย



พฤหัสบดีที่ 18 สิงหาคม 2559 เวลา 16.02 น.
เมื่อวันที่ 18 ส.ค. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังวัดผาสุก หมู่ 11 ต.ปะตง อ.สอยดาว จ.จันทบุรี ภายหลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า พระที่รูปร่างเล็กที่สุดในไทย ชื่อพระตี๋ ไม้สูงเนิน หรือพระเสริมศักดิ์ ธรรมะสโร อายุ 21 ปี ซึ่งมีส่วนสูงเพียง 99 เซนติเมตร บวชเมื่อวันที่ 10 ก.ค. 59 หรือก่อนจะเข้าพรรษาไม่กี่วัน เพื่อทดแทนพระคุณนางแพง ไม้สูงเนิน อายุ 60 ปีมารดา ที่เป็นข่าวเกรียวกราวผ่านทางสื่อต่างๆ นั้น ล่าสุดได้มีคำสั่งจากพระผู้ใหญ่ในจ.จันทบุรี ให้ทำการสึกพระตี๋อย่างกะทันหัน กลางพรรษาเมื่อวันที่ 16 ส.ค. 59 ที่ผ่านมา หลังจากพระตี๋ บวชได้เพียง 1 เดือน ท่ามกลางความเสียใจและเสียดายของชาว อ.สอยดาว ที่รู้ข่าว เนื่องจากที่ครองเพศบรรพชิต ต่างเห็นในความตั้งใจต่อการปฎิบัติธรรมและปฎิบัติกิจของสงฆ์อย่างเต็มที่ โดยขนาดรูปร่างไม่ได้เป็นอุปสรรคในการถือเพศบรรพชิตแต่อย่างใด
loading...


เมื่อผู้สื่อข่าวไปถึงที่วัดดังกล่kว พบอดีตพระตี๋มาทำบุญเนื่องในวันพระ โดยชาวบ้านต่างจับกุมวิพากษ์วิจารณ์คำสั่งดังกล่าวจากพระผู้ใหญ่ รู้สึกเสียใจและเสียดายที่นายตี๋ถูกให้สึกตรงกันข้ามกับนายตี๋ ที่มีการนิ่งสงบ ตั้งใจในการทำบุญ ซึ่งพระคล้าย เทวะธรรมโม เจ้าอาวาสวัดผาสุก ได้ชี้แจ้งเหตุผลที่นายตี๋ถูกสึกให้ญาติโยมที่มาทำบุญฟังว่า เนื่องจากเป็นคำสั่งของพระผู้ใหญ่ใน อ.สอยดาว พระคล้ายเป็นเพียงพระผู้น้อยไม่สามารถขัดคำสั่งได้และพระคล้ายไม่ใช่ผู้สึกพระตี๋ ซึ่งผู้สึก คือ พระเลขาของเจ้าอาวาสวัดทับช้าง อ.สอยดาว โดยพระตี๋บวชที่วัดทับช้าง ก่อนจะย้ายมาอยู่วัดผาสุกในระยะเวลาช่วง 3 เดือนของการเข้าพรรษา




ด้านนายกฤษฎา จันทรา ผู้ใหญ่บ้านผาสุก เผยว่า คำสั่งให้สึกพระตี๋เป็นคำสั่งมาจากพระผู้ใหญ่ใน จ.จันทบุรี ซึ่งสร้างความเสียใจและเสียดายแก่ชาวบ้าน รวมไปถึงผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้านใน อ.สอยดาว เนื่องจากทราบว่ามีพระที่มีรูปร่างเล็กที่สุดในไทย ตั้งใจบวชเพื่อทดแทนบุญคุณแม่ ความตั้งใจนี้สร้างความศรัทธายินดีแก่ผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านไปตามๆ กัน ซึ่งเหตุผลของการสั่งให้สึก คือ พระตี๋เป็นบุคคลพิการ ร่างกายไม่สมประกอบเป็นภาระของพระสงฆ์รูปอื่น

นายกฤษฏา เผยอีกว่า ชาวบ้านผาสุกต่างเห็นความตั้งใจของพระตี๋มาก เดินบิณฑบาตทุกวัน ไม่ให้เป็นภาระพระเณรในการแสวงหาอาหารเพื่อฉันท์ กระทั่งชาวบ้านและตนรู้สึกศรัทธาไม่อยากให้พระตี๋ลำบากในการเดินบิณฑบาต จะสร้างรถเข็นเพื่อให้พระตี๋นั่งบิณฑบาต และมีชาวบ้านอาสาเข็ญให้ แต่พระตี๋ปฎิเสธ ไม่อยากให้เป็นภาระของชาวบ้าน ทั้งนี้พระตี๋ยังได้ศึกษาธรรมะทำวัตร นั่งสมาธิเช้า-เย็นเป็นประจำ ด้วยความตั้งใจนี้ทำให้มีชาวพุทธส่วนหนึ่งเกิดความศรัทธาติดต่อขอเป็นเจ้าภาพกฐินให้วัดผาสุกในวันออกพรรษา โดยติดต่อมาแล้วถึง 2 ราย

"ความตั้งใจบวชทดแทนพระคุณแม่ของพระตี๋ ไม่ใช่เห็นได้จากความตั้งใจที่มาจากการปฎิบัติธรรม ปฎิบัติกิจของสงฆ์เท่านั้น แต่หลังจากบวชได้เพียงกว่า 1 สัปดาห์ นางแพง มารดาของพระตี๋ก็เสียชีวิตอย่างกะทันหันจากอาการเจ็บป่วย ซึ่งสมความตั้งใจของนางแพง ที่อยากเห็นชายผ้าเหลืองของลูกชายก่อนเสียชีวิต เพียงแต่นางแพงไม่รู้ว่า หลังจากนั้นไม่นาน พระตี๋ก็ถูกสั่งให้สึกไม่สมความตั้งใจของพระตี๋ ที่ต้องการบวชอย่างน้อย 1 พรรษา" นายกฤษฏา กล่าว
loading...


ด้านนายตี๋ กล่าวว่า รู้สึกงง เบลอ ทำอะไรไม่ถูกในวันที่ถูกสั่งให้สึก ซึ่งได้รับแจ้งจากพระในวัดผาสุกว่าพระผู้ใหญ่สั่งให้สึกตน หากตนไม่สึก พระในวัดผาสุกจะเดือดร้อน ตนไม่อยากให้ใครเดือดร้อน ตนจึงยอมสึกด้วยความเสียดาย และเสียความตั้งใจที่จะบวชให้แม่อย่างน้อย 1 พรรษา หากสามารถเปลี่ยนแปลงคำสั่งได้ ตนก็พร้อมจะกลับมาบวชใหม่เพื่อแม่.


ที่มา : http://www.dailynews.co.th/regional/516724

0 comments:

แสดงความคิดเห็น